Welcome Guest: Login | Register It is currently Sat Oct 25, 2014 12:32

Board index Public กิจกรรมพิเศษ กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตัว


กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตัว

Postby admin on Wed May 26, 2010 15:02

กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตัว

ในช่วงที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดฝันในเมืองไทย
มีกลุ่มควันมืดดำและไอความร้อนได้ปกคลุมกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ไม่เพียงเกิดจากเปลวไฟที่เผาผลาญสถานที่ต่างๆแล้วนะคะ
ยังเกิดจากไฟที่ยังความเร่าร้อนและความมืดมนสู่จิตใจของคนไทยอีกมากมายด้วยเช่นกัน

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกัน
เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี พ.ศ. ๒๕๐๗
เคยได้กล่าวถ้อยคำชวนคิดอันเป็นความจริงข้อความหนึ่งไว้นะคะว่า
"ความมืดไล่ความมืดไม่ได้ แสงสว่างเท่านั้นที่ทำได้
ความเกลียดไล่ความเกลียดไม่ได้ ความรักเท่านั้นที่จะทำได้"


ทีมงานนิตยสารธรรมะใกล้ตัวและธรรมะใกล้ตัวฉบับ Lite ได้ตระหนักถึงความจริงบทนี้
และขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับไล่ความมืดออกจากจิตใจของคนไทย
ด้วยแสงสว่างจากคนไทยด้วยกันเอง
จึงร่วมกันจัดกิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตัว ขึ้น
โดยให้ท่านผู้อ่านได้มีส่วนร่วมกันคิด ร่วมกันสรรค์สร้างวิธีการเพิ่มความสว่างให้แก่เมืองไทย
ด้วยการร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่อไปนี้ค่ะ ^___^


    ในฐานะผู้อ่านนิตยสารธรรมะใกล้ตัว
    คุณมีข้อเสนอหรือกิจกรรมใดบ้างที่อยากแนะนำ
    เพื่อให้นิตยสารธรรมะใกล้ตัวนำมาใช้จัดกิจกรรมเพิ่มความสว่างให้แก่เมืองไทยในวงกว้าง


เมื่อได้ไอเดียแล้ว ขอเชิญ ส่งคำตอบ ของแต่ละท่านได้ในกระทู้กิจกรรมพิเศษนี้เลยค่ะ ^___^

ขอกระซิบดังๆด้วยนะคะว่า เราจะมีของรางวัลเล็กๆน้อยๆสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม
ที่ส่งความคิดเห็นมาภายในวันศุกร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๓
และเสนอกิจกรรมที่ถูกใจทีมงานนิตยสาร
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในเร็ววันนี้ด้วยค่ะ =)

มาช่วยกันจุดประกายความสว่างให้จิตใจของพวกเราสว่างไสวกันนะคะ
ทางทีมงานขอขอบคุณและอนุโมทนากับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพื่อผองไทยของเราทุกคนค่ะ ^___^/
admin
Site Admin
 
Posts: 1
Joined: Mon Mar 02, 2009 11:15

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby อิกคิว on Thu May 27, 2010 14:48

1.น่าจะมีกิจกรรมที่ให้ส่งเรื่อง หรือ การ์ตูน ในหัวข้อเสริมสร้างสามัคคีในเมืองไทย
แบบที่ทางทีมงานเคยจัดให้มีการประกวดการ์ตูนมาแล้ว

2.น่าจะได้ลงพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับความสามัคคีลงใน นิตยสารธรรมะใกล้ตัว
ทุกฉบับ

3.อยากให้สัมภาษณ์บุคคลในชนบทที่มีความสุขแบบชีวิตพอเพียงมาลงในนิตยสาร
เพราะตอนนี้คนในชนบทคิดว่าความเจริญแบบในเมืองคือสิ่งที่ต้องการ พอมีคนยุยง
ก็เลยน้อยเนื้อต่ำใจและเห็นว่า จะใช้กำลังเพื่อให้ได้สิ่งต่างๆมาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

4.อยากให้คนดีๆมีธรรมะสนใจบ้านเมืองมากกว่านี้ บางคนปฏิบัติธรรมแล้วพอมีคน
มาพูดเรื่องต่างๆในสังคมก็ไม่ค่อยสนใจ ถือว่าธุระไม่ใช่ อันนี้อยากให้ช่วยกันคิด
ช่วยกันทำบ้าง คือ อยากให้สัมภาษณ์คนที่เขาปฏิบัติธรรมแล้วก็สนใจปัญหาของบ้าน
เมืองมาพูดว่าเขาสามารถทำสองอย่างได้พร้อมๆกัน และทำอย่างไร เพื่อให้คน
ที่ปฏิบัติธรรมสนใจบ้าง

อ้อ ผมขอส่งเรื่องที่แต่งไว้ให้กับทีมงานเผื่อจะมีประโยชน์บ้าง

การให้อภัย นำความร่มเย็นสู่สังคมไทย
Image


ศิษย์ ?อาจารย์ครับ ช่วงที่ผ่านมาบ้านเมืองวุ่นวายมาก ในฐานะที่
ผมก็เรียนและปฏิบัติธรรมมานาน ผมรู้สึกว่างุนงงสงสัย
ไม่รู้จะคิดหรือวางตัวอย่างไรดีครับ??

อาจารย์ ?อาจารย์ว่าการเรียนรู้เหตุการณ์ในสังคมก็เป็นหน้าที่หนึ่งในฐานะที่เกิดมาเป็นพลเมืองของประเทศไทย การปฏิบัติธรรมก็เป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่ดี ในคนๆหนึ่งเรามีหลายบทบาทและหน้าที่ เราควรเรียนรู้และทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับตัวเอง ควรศึกษาที่ไปที่มาของเรื่องราวต่างๆ แต่ต้องไม่คิดหมกมุ่นจนเคร่งเครียดเกินไป?

ศิษย์ ?อาจารย์ว่าทำอย่างไรบ้านเมืองจึงจะสงบเสียทีล่ะครับ ??

อาจารย์ ?ก่อนอื่นอาจารย์จะเตือนเธอก่อนว่า ความอยากหรือไม่อยากนี่เป็นความทุกข์นะ นักภาวนาควรรู้ถึงความอยากในนี้ใจด้วยสติสัมปชัญญะเห็นความไม่เที่ยงในความคิดจะช่วยให้เราปล่อยความยึดติดในความคิดนั้นได้ไว ทำให้ไม่ต้องทุกข์มากจนเกินไปได้

อาจารย์ว่าถึงที่สุดแล้ว บ้านเมืองจะสงบต่อเมื่อเรารู้จักการให้อภัยกัน ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะทำให้เราให้อภัยกันไม่ได้ ไม่ว่าต้นเหตุนั่นคืออะไร เพราะความโกรธภายในใจมันเหมือนมะเร็งร้าย มันกัดกินจิตใจ มันเจ็บปวด มันพาจิตใจให้มืดดำ มันทำให้ใจเราอัดแน่นเคร่งเครียด ถ้าเราไม่เอามันออกไป เราจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้นตลอดไป?

ศิษย์ ?มีบางคนบางกลุ่มเขาบอกว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคมปัจจุบันนี้น่ะครับความคิดนี้นี่แหละคือสาเหตุที่เขาต้องออกมาชุมนุมเรียกร้อง ต้องทำร้ายซึ่งกันและกันด้วยวาจาหรือการกระทำในที่สุด?

อาจารย์ ?อาจารย์อยากถามเธอว่าชัยชนะในการเรียกร้องความยุติธรรมหรือความรู้สึกคลายความโกรธจากการให้อภัยในใจ อะไรจะทำให้เรามีความสุขขึ้นมาได้อย่างแท้จริง?

ศิษย์ ?การให้อภัยครับ แต่ผมว่ามันคงไม่ง่ายอย่างนั้นซิครับ คนทุกคนคิดว่าถ้าชนะแล้วตัวเองจะมีความสุขมากกว่า?

อาจารย์ ?พระท่านว่าผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมผูกใจเจ็บ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะเรียกว่าความสุข ถ้าความสุขมันจะหมายถึงความสงบมากกว่าความสะใจ เมื่อมีผู้ชนะย่อมมีผู้แพ้ เมื่อมีผู้ได้เปรียบก็ย่อมมีผู้เสียเปรียบ แล้วก็มีการล้างแค้นกันไปมาเมื่อไหร่จึงจะเรียกว่าชัยชนะกันได้สักที

ความผิดพลาดเป็นธรรมชาติของมนุษย์ การให้อภัยกันเป็นธรรมชาติของสังคมชาวพุทธ สังคมไทยของเราที่อยู่กันได้มาถึงทุกวันนี้ก็เพราะความเอื้ออาทรต่อกัน ถึงแม้เราจะมีความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนาวัฒนธรรม ความแตกต่างทางฐานะการเงิน มีทั้งคนรวย คนชั้นกลาง คนยากจน เราไม่เคยโจมตีหรือปฏิเสธว่าชนชาติ ศาสนา วัฒนธรรมหรือชนชั้นไหนจะดีหรือไม่ดีเลย เชื้อชาติ ศาสนาวัฒนธรรมไหนเราก็เกื้อกูลกันได้ อยู่ร่วมกันได้ คนจนคนรวยก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พี่น้องเกษตรก็หาอาหารให้คนทั้งประเทศ คนรวยก็ค้าขายในประเทศ หรือต่างประเทศนำเงินมาจ้างงาน หรือไม่ก็กลายเป็นภาษีมาพัฒนาประเทศ เป็นงบประมาณกลับคืนสู่พี่น้องในชนบทต่อไป แล้วเหตุผลเพียงแค่การไม่ได้รับผลประโยชน์ ความผิดพลาดของของใครหรือกลุ่มคนใดๆ การบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนใจเรานึก เป็นรัฐบาลที่เราไม่ชอบ ทำไมจึงต้องเป็นประเด็นของความขัดแย้งแตกแยกอย่างใหญ่โต จนถึงจุดที่ต้องมุ่งทำร้ายกันและกันอย่างทุกวันนี้

ในบางแง่มุมความโกรธทำให้เกิดความรักได้ เพราะว่าเราได้กลุ่มคนที่ไม่ชอบใครเหมือนกับเรา อันนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งของการรับสื่อหรือข้อมูลที่ต่างฝ่ายต่างสร้างความเกลียดชังขึ้นเพื่อให้เกิดมวลชน สื่อแต่ละอันย่อมมีวัตถุประสงค์บางอย่างและเราอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือก็ได้ เราควรหันมามองตัวเองบ้างว่าเราตกเป็นเครื่องมือของสื่อเหล่านั้นหรือไม่ ลองถามความเกลียดชังในใจเราแล้วเราจะได้คำตอบ

อีกประการหนึ่งก็คือ พลังของความเกลียดชังนี้เป็นพลังของสัณชาติญาณการเอาตัวรอดที่อยู่ในก้นบึ้งอันดำมืดที่สุดของจิตใจมนุษย์ เมื่อมีความเกลียดชังเราย่อมทำร้ายกัน ฆ่าฟันซึ่งกันและกันได้ไม่ยากเลยเพียงเพื่อเห็นว่าเราจะได้ผลประโยชน์มากกว่าถ้าพวกเราได้รับชัยชนะ แต่สังคมจะอยู่อย่างไรถ้าเรามีแต่ความเกลียดชังความมุ่งร้ายซึ่งกันและกันฝังแน่นอยู่ในสังคม เราไม่ได้ทำร้ายฝ่ายตรงข้ามแต่เรากำลังทำร้ายทุกๆคนในสังคมประเทศชาติ รวมทั้งตัวเราและครอบครัวด้วย เพราะไม่มีใครเลยที่อยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ทุกคนต่างเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเราไม่ได้อยู่คนเดียวแบบเดิมอีกแล้ว ไม่แน่ว่าถ้าความรุนแรงคือความถูกต้องของสังคม อีกหน่อยคนใกล้ตัวเราอาจตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง โดยอ้างความชอบธรรมนั้นก็ได้ แล้วเราจะทำอย่างไร?

ศิษย์ ?ถ้าอย่างนั้นเราควรทำอย่างไรดีครับ??

อาจารย์ ?อาจารย์ว่าเราควรเลิกตกอยู่ใต้อำนาจปีศาจของความโกรธเกลียดซึ่งกันและกันจะดีกว่า ถ้าประชาธิปไตยแบบที่แก้ปัญหาด้วยการประท้วงและความรุนแรงเป็นสิ่งที่สร้างยุติธรรมได้จริง ทั่วโลกคงสงบไปนานแล้ว แต่ที่เห็นกันในข่าวทั่วโลก นับวันจะเห็นความรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่มีใครได้รับชัยชนะที่แท้จริงนั่นเอง เมื่อแก้ปัญหาหนึ่งได้ก็เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งตามมาอย่างไม่มีวันจบสิ้น

เรามาอภัยให้กันและกันแบบสังคมไทยดีกว่า คือไม่ว่าเขาจะเลวแค่ไหน ไม่ว่าเขาจะเคยทำอะไรมา ไม่ว่าใครจะเป็นคนเริ่มต้นก่อปัญหา ไม่ว่าใครจะเสียประโยชน์ ไม่ว่าใครจะได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นพวกเราหรือพวกเขา พอเสียทีที่จะวัดว่าใครว่าผิดหรือใครถูก หน้าที่นี้ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไป ให้เป็นของเจ้าของปัญหานั้นไปคิดเอาเอง เราในฐานะคนไทยด้วยกันทั้งนั้น มาร่วมกันคิดดีกว่าว่าอนาคตของประเทศควรให้ไปในทิศทางใด เพื่อจะได้มีการพัฒนาไปในแนวทางที่ถูกต้องดีงาม มาสร้างสรรค์สังคมอันเปรียบเสมือนบ้านที่เราอาศัยให้น่าอยู่เพื่อลูกหลานของเราที่จะเกิดมา เพื่ออนาคตของชาติ ให้เป็นตัวอย่างที่ดีเป็นมาตรฐานของสังคมที่ดีต่อคนรุ่นต่อๆไป อย่างมีจิตสำนึก และสุดท้ายก็คือเราทุกคนที่เคารพรักในหลวงก็ไม่ควรที่จะทำให้ในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ต้องลำบากพระทัยไปมากไปกว่านี้เลย

ให้อภัยกันเถอะนะ ปล่อยสิ่งชั่วร้ายออกจากใจ ถ้าไม่รักคนอื่นก็รักตัวเองทำเพื่อตัวเองก่อนให้ได้ ความสงบเย็นก็จะเข้ามาแทนจิตใจของเราเอง เมื่อทุกคนไม่เร่าร้อนในใจ เพราะเราต่างก็เป็นคนไทยเป็นคนร่วมสมัย ร่วมทุกข์ ร่วมสุข อยู่ในโลกใบร้อนๆที่กำลังย่ำแย่นี้ด้วยกัน ทุกคนก็ต่างเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งนั้น ประเทศชาติจะได้สงบร่มเย็นเสียที ?

ศิษย์ ?คำแนะนำอาจารย์ให้แง่คิดที่ดีมาก ขอบพระคุณมากครับ อาจารย์?
อิกคิว
 
Posts: 1
Joined: Thu May 21, 2009 11:47

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby passavan on Sun May 30, 2010 10:24

ขอเสนอให้เชิญชวนพี่น้องชาวไทยพุทธทั้งหลายมาร่วมกันทำวัตรสวดมนต์และแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลายร่วมกัน เชื่อว่ามีหลายคนอยากเริ่มสวดมนต์แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนอย่างไรดี ถ้าได้มีโอกาสมารวมตัวกันและมีคนนำทางให้ ก็จะเป็นประโยชน์ไม่น้อย หรือบางคนเคยแต่สวดเดี่ยวไม่มีโอกาสสวดร่วมกันกับสาธุชนเป็นกลุ่มใหญ่ อย่างที่เมืองแคนดี ประเทศศรีลังกานั้น ในทุกคืนวันเพ็ญจะมีการสวดมนต์และเจริญภาวนาตลอดคืน เห็นว่ามีชาวต่างชาติข้ามนำ้ข้ามทะเลให้ความสนใจไปร่วมด้วยมากเนื่องจากอยากไปร่วมสัมผัสกับพลังและอานิสงฆ์ของการสวดมนต์เป็นกลุ่มใหญ่ การสวดมนต์นั้นเป็นกิจกรรมที่ทำได้ทุกเพศทุกวัย ยิ่งทั้งครอบครัวทำร่วมกันแล้ว ความร่มเย็นก็บังเกิด เมื่อจุดเล็กที่สุดของสังคมคือครอบครัวร่มเย็น จุดใหญ่ขึ้นไปคือสังคมและประเทศชาติก็จะต้องดีขึ้นตามไปเป็นแน่แท้ จึงอยากเห็นลูกหลานไทยจูงมือพ่อแม่ปุู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและเพื่อนผองไปฝึกหัดสวดมนต์และแผ่เมตตาร่วมกันค่ะ
passavan
 
Posts: 1
Joined: Sun May 30, 2010 10:03

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby Glasses on Mon May 31, 2010 13:41

ราวๆปลายปี 2550 เคยมีโครงการประกวดเรียงความอยู่โครงการหนึ่ง
มีชื่อว่า ?เรียงถ้อย ร้อยคำ ...บอกเล่าความดีของคนที่รู้จัก?
โดยให้ผู้สนใจเข้าประกวดเขียนเรียงความถ่ายทอดคุณธรรมความดีของ
คนที่ตนรู้จักและประทับใจ ซึ่งอาจอยู่ในโรงเรียน ในชุมชน หรือในครอบครัว
เพื่อเชิดชูและเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ในสังคม

โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจกับแนวคิดของโครงการนี้มาก เพราะเห็นว่า
แม้จะมีวิกฤตการณ์เลวร้ายใดๆเกิดขึ้นในสังคม ก็ยังมีเรื่องราวของ
บุคคลบางคนที่ทำเรื่องอันน่ายกย่องผ่านเข้ามาให้ได้รับรู้เสมอ
เหมือนเป็นการย้ำให้ระลึกถึงพระบรมราโชวาทครั้งหนึ่งที่ว่า
?...ในขวบปีที่แล้ว มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ควรกล่าวถึงเป็นพิเศษ ก็คือการให้ความช่วยเหลือแก่
ผู้ประสบภัย เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ ที่คนไทยทุกคน ทุกองค์กร ทั้ง
ภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมมือร่วมใจกันโดยพร้อมพรัก ทำให้ผู้ที่ได้
พบเห็น แม้เป็นชาวต่างชาติต่างภาษา ก็พากันชื่นชมยกย่อง
ข้าพเจ้าเองก็มีความปีติเต็มตื้นใจที่ได้เห็นน้ำใจของทุกคนเช่นนี้
เพราะเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงคุณธรรมข้อหนึ่ง ที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์
ในจิตใจของคนไทยก็คือ การให้??


การเขียนเรื่องราวบอกเล่าถึงน้ำจิตคิดให้ของใครบางคน
อาจส่งผลให้ใครต่อใครอีกหลายๆคนได้เห็นแบบอย่างของคน
ที่กล้าหาญในการทำความดี ท่ามกลางสภาพสังคมที่เลวร้าย
ความโกรธเคืองและเคียดแค้นชิงชัง ยังมีอีกหลายคนที่ยอม
วางความเจ็บช้ำใจไว้เบื้องหลัง แล้วเดินหน้าเพื่อทำสังคมให้
กลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม

คงจะดีไม่น้อยถ้าจะจัดให้มีกิจกรรมส่งเรื่องราวอันน่าประทับใจ
ของคนใกล้ตัวหรือคนที่ตนรู้จัก เพื่อถ่ายทอดให้อีกหลายๆคน
ได้รับรู้ว่า ภายหลังจากกองไฟที่แผดเผาบ้านเมืองจนวอดไป
กับตาดับลงนั้น เขาทำอะไรต่อ เขามีแนวคิดอย่างไรในการให้
กำลังใจผู้คนรอบข้างให้ยอมวางความโกรธเคือง และมาร่วมกัน
ฟื้นฟูสังคมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
Glasses
 
Posts: 4
Joined: Fri Apr 03, 2009 21:23

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby iamgiftz on Mon May 31, 2010 18:33

เห็นด้วยกับคุณอิกคิว ในข้อ 3
>> 3.อยากให้สัมภาษณ์บุคคลในชนบทที่มีความสุขแบบชีวิตพอเพียงมาลงในนิตยสาร
เพราะตอนนี้คนในชนบทคิดว่าความเจริญแบบในเมืองคือสิ่งที่ต้องการ พอมีคนยุยง
ก็เลยน้อยเนื้อต่ำใจและเห็นว่า จะใช้กำลังเพื่อให้ได้สิ่งต่างๆมาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

>> เห็นด้วยในลักษณะการชื่นชมคนดีค่ะ :) หากว่าสามารถสัมภาษณ์บุคคลที่มีชื่อเสียงในลักษณะเดียวกันน่าจะดีด้วย ^^
iamgiftz
 
Posts: 1
Joined: Mon May 31, 2010 18:26

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby nujjangja on Tue Jun 01, 2010 11:55

โดยส่วนตัวแล้วมีความเชื่อว่าสังคมที่ดีเริ่มต้นที่ครอบครัว ดังนั้นจึงอยากให้มีการรณรงค์ให้ทุกคนพยายามทำดีกับคนใกล้ตัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง สามี ภรรยาหรือญาติที่อยู่ใกล้ชิด เพราะเคยเห็นหลายคน (รวมทั้งตัวเองก็เคยเป็น) ที่เวลาอยู่นอกบ้านจะเป็นที่รักในสายตาคนอื่น แต่เมื่ออยู่บ้านมักจะไม่ค่อยทำดีกับคนในบ้าน ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ดิฉันคิดว่าถ้าครอบครัวอบอุ่นแข็งแรงทุกคนในบ้านรักกันชี้นำกันแต่เรื่องดีๆ ก็จะส่งผลให้สังคม ชาติบ้านเมือง หรือรวมทั้งโลกของเราน่าอยู่ขึ้น เพราะตั้งแต่ดิฉันได้เป็นสมาชิกของนิตยสารธรรมะใกล้ตัวก็ทำให้เข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น ลดอัตตาตัวตน และรักคนในครอบครัวมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
โครงการที่อยากจะแนะนำก็อาจจะคล้ายๆ กับที่นิตยสารธรรมะใกล้ตัวเคยทำเช่น
1. ให้ส่งเรื่องความดีที่ได้ทำกับคนใกล้ตัวและผลลัพธ์ที่ได้
2. ให้ตั้งปณิธานว่าจะทำดีกับคนใกล้ตัว
3. จัดโครงการพบปะกันแล้วไปร่วมกันทำความดี เช่น ทำบุญ หรือ ปฏิบัติธรรม โดยให้นำสมาชิกในครอบครัวมาร่วมด้วย

สุดท้ายก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงานนิตยสารธรรมะใกล้ตัวและธรรมะใกล้ตัวLite ทุกๆ คน ด้วยนะคะ ขอบอกว่าพวกคุณเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ
nujjangja
 
Posts: 1
Joined: Mon May 31, 2010 14:43

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby cha-tiya on Tue Jun 01, 2010 15:53

เราชอบความคิดของคุณpassavanนะ เรื่องการสวดมนต์ เพราะเราคิดว่าการที่คนหนึ่งคนทำอะไรดีๆ แล้ว มันจะมีผลต่อบุคคล
รอบข้าง แต่เราขอต่อยอดอีกนิด ว่าเราควรเข้าวัดกันให้บ่อยขึ้น เพราะสังคมเราเป็นสังคมเมือง เราทำแต่งาน
พักผ่อนด้วยการไปเที่ยวทะเล ดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งมันเป็นวิถีชีวิตแต่เพียงเปลือกนอก ความสุขที่ได้รับจึงหมดไปพร้อมกับค่าใช้จ่าย
แต่การเข้าวัด เป็นการดึงเอาวิถีชีวิตแบบเก่าที่สมัยเรายังไม่มีความเจริญแบบปัจจุบันนี้ ถ้าเป็นต่างจังหวัด วัดคือศูนย์รวมของชาวบ้าน
อย่างเราเองถ้ากลับต่างจังหวัดเราจะตื่นตี5 ทำกับข้าวเพื่อใส่บาตรทุกเช้า และอาหารอีกส่วนก็นำไปถวายที่วัดกับครอบครัวอีก
พ่อกับแม่ และพี่ป้าน้าอาจะถือศีล8 กันทุกวันโกนและวันพระ และจะไปถือศีลกันที่วัด 1 คืน แต่ที่ลูกๆจะเห็นจนชินตาคือ พ่อกับแม่
จะสวดมนต์และเดินจงกรมในบ้านทุกวันทั้งเช้าและตอนเย็น ส่วนภายในบ้านจะไม่มีทีวี เพราะพ่อบอกว่ามันเสียเวลาไปเปล่าๆ
ตัวเราเองจะไปวัดหลวงปู่เจี๊ยะ ช่วงวันอาทิตย์ทำกับข้าวไปถวายจังหัน จากนั้นก็ช่วยจัดอาหารที่มีคนนำมาถวายพระ และหลังจากพระฉันท์จังหันแล้ว
ก็จะอยู่ช่วยล้างจานชามที่โรงครัวต่อ เมื่องานหล่อรูปเหมือนครูบาอาจารย์ที่ผ่านมา หลังจากเสร็จพิธีแล้ว เราก็อยู่ช่วยล้างจานที่โรงครัวต่อ
จนถึง 4 โมงเย็น ลองคิดถึงภาพที่คนมาเต็มวัด นำอาหารมาถวายพระเยอะมาก และมีโรงทานอีก เรามองเห็นภาชนะกองรวมกันแล้วต้องพูดกับ
ตัวเองว่า น่า....ไม่มีงานใดที่ลงมือทำแล้วไม่สำเร็จ กิเลสในใจเรายังเยอะกว่าจานชามที่กองข้างหน้านี้อีก...พอทำเสร็จก็รู้สึกดีใจและ
มีความสุข บวกกับคำอนุโมทนาจากป้าๆที่ช่วยเก็บจานอวยพรให้อีก อิ่มบุญมากเลยเชียว นึกถึงทีไรก็ภูมิใจทุกครั้ง มีพี่อีกคนไปขัดห้องน้ำ
ทำอยู่คนเดียวนะ..พอเราไปเห็นห้องน้ำที่สะอาด เราก็ยังนึกอนุโมทนาผลบุญให้พี่เค้าด้วยเลย ยังมีงานกวาดใบไม้กับเก็บขยะในวัดอีกนะ
จริงๆแล้วไปวัด ไม่ใช่แค่ไปทำบุญด้วยอาหารหรือเงินอย่างเดียว แต่เราว่า กำลังและแรงกายบวกกับใจของเราเนี่ยแหละสามารถทำอะไร
ที่เกิดประโยชน์ได้อีกเยอะ พากันไปเป็นครอบครัวยิ่งดีนะและถ้าบอกต่อและชวนกันไปเยอะๆ เราว่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจากครอบครัวหนึ่ง
สามารถต่อไปอีกครอบครัวหนึ่ง และเพื่อนก็บอกต่อเพื่อนด้วยกัน มาเจอกันที่วัดนะวันอาทิตย์นี้เราก็จะไปอีก
cha-tiya
 
Posts: 1
Joined: Mon May 31, 2010 12:26

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby บุญนำ on Tue Jun 01, 2010 17:45

หลักการ คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่มากก็น้อย ควรให้แสงสว่างแก่ตนเอง และสังคม โดยการ ให้อภัย นำไปสู่ การเห็นใจ การเข้าใจ และ การ เมตตาต่อผู้อื่น :)

กิจกรรมที่1
1.1 ออกแบบ ดอกไม้ที่แทนสัญญลักษณ์การให้อภัย (ออกแบบให้ทำง่ายๆ ขั้นตอนน้อย ไม่ต้องใช้ฝีมือก็ทำได้ )
1.2 ให้สั่งจองซื้อ ทาง internet และจ่ายเงินเลย ดอกละ 10 บาท นำเงินที่ได้ ไป
จัดทำวัตถุดิบ ต้นทุน ไม่เกิน 2 -3 บาทต่อ 1ดอก
1.3 ระดม อาสาสมัคร ช่วยกัน จัดทำดอกไม้ ตามที่สาธารณะ (ทำไปด้วย ขายไปด้วย)
1.4 ระดม อาสาสมัคร ช่วยกัน แจกผู้ที่สั่งซื้อทาง internet
1.5 ระดม อาสาสมัคร ช่วยกัน ขายดอกไม้ที่เหลือ ตามที่ต่างๆ


กิจกรรมที่2
2.1 นำหนังสือ เรื่อง อภัยทาน หรือ แต่งขึ้นมาใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ (สามารถให้ผู้ซื้อ นำไปแจก ปีใหม่ หรือ วันเกิด หรือ งานศพได้)
2.2 ให้สั่งจองซื้อ ทาง internet และจ่ายเงินเลย เล่มละ 20 บาท นำเงินที่ได้ ไป
สั่งพิมพ์ ราคา เล่มละไม่เกิน 5-7 บาท
ขั้นตอนต่อไป ประมาณเดียวกันกับ กิจกรรมที่1

กิจกรรมที่3
3.1 ออกแบบ เสื้อมีตัวหนังสือ ให้อภัย
3.2 ให้สั่งจองซื้อ ทาง internet และจ่ายเงินเลย ตัวละ 100-120 บาท นำเงินที่ได้ ไป
สั่งทำเสื้อ ราคา ไม่เกินตัวละ 50 บาท
ขั้นตอนต่อไป ประมาณเดียวกันกับ กิจกรรมที่1

กิจกรรมที่4 กิจกรรมใหญ่
4.1 นัด รวมพล ใส่เสื้อมีตัวหนังสือ ให้อภัย ในกิจกรรมที่3 ติดดอกไม้ของกิจกรรมที่ 1 ร่วมกันเดินจงกรมอย่างมีสติ ที่ สวนสาธารณะ...... พร้อมกับ มีการ ขายของ ตามกิจกรรม 1 ถึง3 วันนั้นด้วย
4.2 เมื่อ เดินจงกรมถึงจุดหมาย มีการ สวดมนต์พร้อมกัน และ แผ่ เมตตาด้วย
4.3 นำเงินที่ได้จากทุกกิจกรรม หลังหักต้นทุน มาบริจาคในงาน เพื่อช่วยเหลือ บรรเทา ผู้ที่เดือนร้อนให้มีโอกาส เข้าปฏิบัติธรรม หรือ ซื้อหนังสือหรือ CD ธรรมะแจกในงาน
บุญรักษาค่ะ
บุญนำ
 
Posts: 1
Joined: Tue Jun 01, 2010 16:48

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby sophony on Tue Jun 01, 2010 23:07

เข้าใจว่าธรรมะใกล้ตัวตอนนี้เป็นที่นิยมในหมู่คนทำงานที่มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก (เนื่องจากเป็นนิตรสาร online :D ) จะดีมากเลยหากพวกเราสามารถช่วยกันเผยแพร่ธรรมะไปยังเพื่อน ๆ ร่วมชาติที่ยังขาดโอกาสที่เข้าถึงสื่อทางคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในชนบท

ผู้อ่านหลายท่านอยู่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว แต่ถ้าให้เพื่อน ๆ พิมพ์ไปแจกก็อาจจะเป็นการรบกวนทุนทรัพย์เกินไป ถ้าหากเรามีกองทุนสบทบทุนค่าจัดพิมพ์ก็น่าจะเป็นการช่วยเผยแพร่ได้นะครับ อาจจะเป็นบัญชีกลางให้โอนสมทบทุนมา ใครพิมพ์แจกก็แจ้งจำนวนยอดมา แล้วโอนไปให้เขาไปก็น่าจะดีนะครับ จะได้เป็นการให้ธรรมะแก่คนหมู่มาก ถ้าใจคนไทยร่มเย็นขึ้นบ้าง ก็จะช่วยประเทศชาติให้เย็นขึ้นได้ เอาความเย็นจากธรรมะสยบความร้อน ^__^

อนุโมทนาทีมงานทุกท่านด้วยครับ ;)
sophony
 
Posts: 1
Joined: Tue Jun 01, 2010 22:55

Re: กิจกรรมพิเศษ ?ระดมสมองเพื่อผองไทย? กับนิตยสารธรรมะใกล้ตั

Postby pormaid on Wed Jun 02, 2010 10:40

ถ้าว่าด้วย activity... เมื่อคืนปิ๊งไอเดียขึ้นมางี้ครับ

กล่าวนำก่อนนะครับ... คือผมรู้สึกว่า กลุ่มคนที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันส่วนใหญ่ ไม่ใช้ผู้เจริญสติ ผู้ที่เริ่มมีสติรักษาจิต น่าจะไม่อินกับเรื่องราวเหตุการณ์มากนัก แต่เป็นคนทั่วๆ ไปที่คิดพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล เป็นส่วนใหญ่

อีกประการหนึ่ง ถ้าว่าด้วยสถานการณ์ ณ ตอนนี้ ต้องยอมรับว่า มีการแบ่งฝ่ายทางการเมืองอย่างชัดเจนและรุนแรง... น้อยคนนักที่จะไม่เลือกเข้าข้างใคร และแน่นนอน ปัญหาไม่ได้เกิดกับกลุ่มคนที่ไม่เข้าข้างใคร แต่เกิดกับกลุ่มคนที่เลือกข้างอย่างชัดเจน


...กิจกรรมนี้ ผมตั้งชื่อเบื้องต้นว่า "+1/-1 จนถึงข้อสุดท้าย" ครับ

กติกามีอยู่ว่า ให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม หา "ข้อดี" ของแต่ละฝ่าย ให้มากที่สุด โดยมีข้อแม้ว่า ต้องเป็น "ข้อดีจริงๆ" ไม่ใช่ประชดประชัน กระแทกแดกดันกัน และต้องหามาจากทั้ง 2 ฝ่าย ให้เท่ากัน หรือแตกต่างกัน +/- ไม่เกิน 1 ข้อ

แต่อาจจะไม่ต้องเจาะจงว่าเป็นใคร ฝ่ายใดมากนัก ไม่อย่างนั้นยิ่งจะทำให้แตกแยกกันขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างเช่น

A: ถึงจะไม่ได้ช่วยเท่าไร เค้าก็ยังทำแผนปรองดอง หวังให้ลงเอยด้วยดี
B: ถึงจะยุติการชุมนุมช้าไปหน่อย แต่ถ้าไม่สั่งยุติ แล้วโดนสลาย คงบาดเจ็บล้มตายกันมากกว่านี้

.
.
...(ยากเหมือนกันแฮะ ^^")

อาจจะตั้งข้อแม้ว่า ใครได้มากข้อที่สุดได้ของรางวัล ฯลฯ

หรือสุดท้าย ถ้าเสียงตอบรับดี อาจจะพิจารณาจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อเสนอในวงกว้างต่อไป ฯลฯ เหมือน คคห. ข้างต้นน่ะครับ ^^
แล้วถ้าข้อดีของใครได้ลงรวมเล่ม ก็อาจได้รางวัง หรือ ฯลฯ แล้วแต่จะตั้ง condition น่ะครับ


วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนทั่วไปที่นิยมคิดหาเหตุหาผล ซึ่งโดยมากจะหาเหตุผลเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น กลับมาลองมองย้อนดูว่า อีกฝ่ายหนึ่ง เค้าก็มีข้อดีเหมือนกัน เมื่อเริ่มเห็นข้อดีของเค้าบ้าง จิตใจที่เคยมีแต่ความไม่เข้าใจ ก็อาจจะเริ่มเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ จิตใจที่เคยมีแต่ความโกรธแค้น ก็อาจจะเริ่มเห็นใจกันขึ้นมาบ้าง

แต่กิจกรรมดังกล่าวมีจุดอ่อนเหมือนกันครับ แม้ความเป็นจริง ลึกๆ ในใจหลายๆ คน จะเลือกข้างอย่างชัดเจน แต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงออก อาจจะกดข่มไว้ หรืออย่างไรก็ตาม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว อาจเป็นการขุดคุ้ย ให้ปมความขัดแย้งเด่นชัดขึ้นมาอีก เพราะเป็นการแจกแจง แยกฝ่ายกันอย่างชัดเจน... แต่ส่วนตัวผมแล้ว ผมเชื่อว่า เปิดใจคุยกันให้ชัดเจนดีกว่าเก็บค้างคาไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ เก็บไว้อย่างไรก็ไม่หมดขอกังขาสงสัย เปิดใจคุยกัน อาจจะดูน่ากลัว แต่อาจจะมีจุดจบในที่สุด...

ก็ทำหน้าที่เสนอไอเดียครับ แล้วแต่ทางทีมงานจะเห็นสมควรครับ
pormaid
 
Posts: 1
Joined: Mon May 31, 2010 13:52

Next

Return to กิจกรรมพิเศษ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

cron